ฟาร์มหอยนางรม

จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีการเลี้ยงหอยนางรมมากที่สุดจังหวัดหนึ่ง เนื่องจากมีสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตของหอยนางรม และมีอาหารที่อุดมสมบูรณ์ ลักษณะการขึ้นลงของน้ำทะเลไม่รุนแรง เปลี่ยนแปลงมากนัก และมีลักษณะเป็นอ่าว ที่บรรจบกับแม่น้ำที่เป็นน้ำจืดกับน้ำทะเล ทำให้ระดับความเค็มของน้ำทะเล อยู่ในสภาวะสมดุลที่เหมาะกับการเจริญเติบโตของหอย นอกจากนี้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ยังมีแหล่งน้ำพุร้อน ที่ผุดขึ้นเป็นระยะ เมื่อสังเกตจากแผนที่ จะพบว่าเป็นแนวเดียวกับน้ำพุร้อนที่จังหวัดระนอง ผ่านอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี บริเวณอ่าวบ้านดอน แสดงว่าภายใต้พื้นดินตามแนวดังกล่าว อาจเป็นแนวทาง ของเปลือกโลกที่ยังมีการระบายความร้อนออกมา ทำให้น้ำที่อยู่ในระดับเหนือขึ้นมาได้รับความร้อนและผุดออกมาเป็นน้ำพุร้อน บริเวณอ่าวบ้านดอนก็อาจจะมีน้ำพุร้อนผุดขึ้นใต้ท้องทะเลทำให้อุณหภูมิของน้ำไม่เหมือนกับที่อื่น ประกอบกับเป็นบริเวณที่แม่น้ำตาปีไหลมาบรรจบ จึงเกิดเป็นน้ำกร่อยทีมีระดับความเค็มพอเหมาะ และอุณหภูมิของน้ำที่เหมาะสม ทำให้มีแพลงก์ตอน ซึ่งเป็นอาหารของหอยนางรมเป็นจำนวนมาก หอยนางรมที่บริเวณปากอ่าว ตำบลท่าทอง อำเภอกาญจนดิษฐ์ จึงมีขนาดลำตัวใหญ่กว่าที่อื่นและมีมากเป็นพิเศษมีอาหารอุดมสมบูรณ์ แม้ว่าปัจจุบันการเลี้ยงหอยนางรมที่อำเภอกาญจนดิษฐ์ จะลดน้อยลงไปมาก เพราะการเลี้ยงหอยแครง และการทำนากุ้ง ซึ่งได้ผลผลิตตอบแทนที่เร็วและมากกว่าก็ตาม แต่เนื่องจากความชุกชุมของหอยนางรมที่บริเวณอ่าวบ้านดอน จึงมีชาวบ้านไปจับจำนวนมาก ทำให้เกิดการจัดการในลักษณะที่เป็นหอยนางรม เพท่อเป็นการแบ่งเขตแดนที่ชัดเจนของผู้เลี้ยงหอยนางรมและเพิ่มผลผลิต
รายละเอียดทรัพยากร
ประเภทของข้อมูล: 
บทความ
ภาษา: 
ภาษาไทย
หัวเรื่อง/คำสำคัญ: 
แหล่งวัฒนธรรม/ ฟาร์มหอยนางรม/ หอยนางรม - - การเลี้ยง/
ระดับของผู้ใช้ข้อมูล: 
นักเรียน นักศึกษา
ระดับของผู้ใช้ข้อมูล: 
ประชาชน ผู้สนใจทั่วไป
ความรับผิดชอบและการเผยแพร่
เจ้าของงาน : 
สำนักปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. ศูนย์ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ผู้ร่วมงาน: 
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย