ที่ตั้ง/การเดินทาง
เป็นอุทยานแห่งชาติซึ่งตั้งอยู่ในเขตน้ำตื้นใกล้ฝั่ง ตั้งอยู่ในท้องที่ ต.อ่างทอง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โดยมีเกาะวัวตาหลับเป็นที่ตั้งของอุทยานฯ
ลงเรือที่ท่าเรือหน้าทอน อยู่ห่างจากเกาะสมุยไปทางทิศตะวันตกประมาณ 20 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม. 30 นาที
ลักษณะทางภูมิศาสตร์
เป็นหมู่เกาะในอ่าวไทย ประกอบด้วย เกาะต่างๆ 42 เกาะ เช่น เกาะพะลวย เกาะวัวตาหลับ เกาะแม่เกาะ เกาะสามเส้า เกาะท้ายเพลา เกาะวัวกันตัง เกาะหินดับ เกาะนายพุด และเกาะไผ่ลวก เป็นต้น ครอบคลุมพื้นที่ 102 ตร.กม. เป็นพื้นน้ำประมาณ 84 ตร.กม.หรือ 82 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทั้งหมด ความลึกเฉลี่ยของน้ำประมาณ 10 ม.ลักษณะชายฝั่งโดยทั่วไปมีความสูงชัน เมื่อขึ้นไปสู่จุดชมวิวบนยอดเขา ระยะทาง 400 ม. จะมองเห็น หมู่เกาะอ่างทอง ทั้งหมดทอดตัวเรียงราย เป็นแนวยาวไปบนพื้นน้ำ ด้วยรูปร่างลักษณะต่างๆ แปลกตา
ลักษณะทางธรณีวิทยา/ศัพท์ธรณีวิทยา
มีกำเนิดมาจากภูเขาหินปูน ซึ่งสะสมตัวจากการตกตะกอน ของสารละลายหินปูน หรือแคลเซียมคาร์บอเนต (CaCo3) ร่วมกับการทับถมของซากสัตว์ จนกลายเป็นหินแข็งแล้ว มีการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลก ทำให้ชั้นหินปูนเหล่านี้ถูกยกตัวขึ้นกลายเป็นเขาสูง และถูกน้ำฝน น้ำท่า และน้ำบาดาลชะละลาย เอาเนื้อหินออกไป เรื่อยๆกลายเป็นลักษณะ ธรณีสัณฐานแบบคาร์สต์ และเมื่อน้ำละลายเอาหินปูน ออกไปมากจนหลุม หรือถ้ำมีขนาดใหญ่ และผนังถ้ำบางลง ผนังถ้ำส่วนบนจึงได้พังทลาย ลงทำให้พื้นดินตอนบนยุบ กลายเป็นหลุมยุบขนาดใหญ่ ที่ปากหลุมมีลักษณะค่อนข้างกลม และเชื่อว่าการละลาย ของหินปูนน่าจะเป็นไป อย่างกว้างขวาง หลุมยุบจึงค่อยๆ ลึกลง จนทะลุติดต่อถึงทางน้ำข้างล่าง หลังจากนั้นเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลง ของเปลือกโลกอีกครั้ง ทำให้เขาหินปูน เหล่านี้จมลงใต้ทะเล เกิดเป็นหมู่เกาะ
แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
1. เกาะสามเส้า
ที่ตั้ง/การเดินทาง
เป็นเกาะในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง
ลักษณะทางภูมิศาสตร์
ภูมิประเทศ เป็นภูเขาหินปูน เป็นภูมิลักษณ์จากการผุพังสึกกร่อน เป็นกระบวนการที่ผิวโลก ทำให้สภาพภูมิประเทศ เปลี่ยนแปลงไปตาม กาลเวลาโดยมี ตัวการในธรรมชาติ ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น กระแสน้ำ คลื่น ลม และสิ่งมีชีวิตซึ่งรวมถึงมนุษย์ด้วย เกิดเป็นสะพานหินธรรมชาติ ยื่นโค้งออกไปในทะเล รวมทั้งประติมากรร มธรรมชาติคล้ายปราสาทหินบนยอดเขา
ลักษณะทางธรณีวิทยา/ศัพท์ธรณีวิทยา
สะพาน หินธรรมชาติ (Natural Arch) สะพานหินธรรมชาติที่เกิดขึ้นเนื่องจาก คลื่นกัดเซาะเขาหิน ตามชายฝั่งทั้งสอง ด้าน บริเวณที่มีจุดอ่อนจะถูกกักเซาะลึก เข้าไปเป็นถ้ำ แล้วค่อยขยายใหญ่ขึ้น จนทะลุถึงกัน ลักษณะที่ปรากฏ จึงมีลักษณะเหมือนสะพาน (รูปร่างที่เป็นผลจากการสึกกร่อน ขึ้นอยู่กับชนิดและโครงสร้างทางธรณีวิทยา ของหินให้ภูมิลักษณ์ที่ สวยงามในรูปแบบต่างๆ กัน ถ้ามีทางน้ำลอดผ่านเรียกว่า สะพานหินธรรมชาติ)
2. เกาะแม่เกาะ
ที่ตั้ง/การเดินทาง
เป็นเกาะในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง
ลักษณะทางภูมิศาสตร
เป็นเกาะที่มีชั้นหินที่ประกอบ กันเป็นภูเขาหินปูนที่ล้อม เป็นวงรอบทะเลใน นอกจากนี้ในบริเวณ เกาะแม่เกาะ ซึ่งเป็นที่ตั้งของทะเลใน ยังพบรอยเลื่อน (Fault) ในชั้นหินด้วย เช่นบริเวณชะโงกหิน ซึ่งติดกับชายหาด
ลักษณะทางธรณีวิทยา/ศัพท์ธรณีวิทยา
เกาะ แม่เกาะ ประกอบด้วยหินปูนสีเทาถึงเทาเข้ม ชั้นหินลักษณะเป็นปื้น และหนามากจนถึงเป็นชั้นบาง เนื้อหินตกผลึก เป็นเม็ดหยาบจนถึงละเอียด บางแห่งอาจมีชั้นหิน เชิร์ตแทรกเป็นกระเปาะ หรือเป็นชั้นบางๆ แทรกสลับชั้นหินจัดอยู่ในกลุ่ม หินปูนยุคเพอร์เมียนตอนกลาง (Middle Permian) มีอายุประมาณ 260 ล้านปี
3. ทะเลใน
ที่ตั้ง/การเดินทาง
เป็นเกาะในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง ตั้งอยู่ในเกาะแม่เกาะ
ลักษณะทางภูมิศาสตร์
ลักษณะ ธรณีสัณฐาน ของทะเลใน ถือเป็นส่วนหนึ่งของภูมิประเทศแบบคาร์สต์ มีกำเนิดมาจากเขาหินปูน ซึ่งสะสมตัวจากการตกตะกอน ของสารละลายหินปูนหรือ แคลเซียมคาร์บอเนต (CaCo3) ร่วมกับการทับถมของซากสัตว์ จนกลายเป็นหินแข็ง ลักษณะของเขาหินปูน มียอดเขาตะปุ่มตะป่ำ เพราะน้ำฝนและน้ำท่า สามารถชะละลาย เนื้อหินปูนออกไปได้ง่าย แอ่งที่ขังน้ำทะเลของทะเลใน เป็นผลพวง จากการชะละลาย ของหินปูนโดยน้ำฝนและน้ำท่าในอดีต ที่ได้ละลายเนื้อหินออกไปเรื่อยๆ จนผนังถ้ำบางส่วน พังลงกลาย เป็นบ่อหรือ หลุมที่เรียกว่า หลุมยุบ (Sinkhole)
ลักษณะทางธรณีวิทยา/ศัพท์ธรณีวิทยา
ทะเล ในเกิดจากการเปลี่ยนแปล งของเปลือกโลก ทำให้ชั้นหินปูนถูกยกตัว ขึ้นกลายเป็นเขาสูง และถูกน้ำฝน น้ำท่า และน้ำบาดาลชะละลาย เอาเนื้อหินออกไปเรื่อยๆ กลายเป็นธรณีสัณฐานแบบคาร์สต์ และเมื่อน้ำละลายเอาหินปูน ออกไปมากจนหลุม หรือถ้ำมีขนาดใหญ่ และผนังถ้ำบางลง ผนังถ้ำส่วนบนจึงได้พังทลายลง ทำให้พื้นดินตอนบนยุบ กลายเป็นหลุมยุบขนาดใหญ่ ที่ปากหลุมมีลักษณะค่อนข้างกลม และเชื่อว่าการละลาย ของหินปูนน่าจะเป็นไป อย่างกว้างขวาง หลุมยุบนี้จึงค่อยๆ ลึกลง จนทะลุติดต่อถึงทางน้ำข้างล่าง หลังจากนั้นเมื่อเกิด การเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลก อีกครั้ง ทำให้เขาหินปูนเหล่านี้ จมลงใต้ทะเล เกิดเป็นหมู่เกาะที่น้ำทะเลไหล ทะลักเข้าไปภายใน โดยช่องทางน้ำใต้ดินมาสะสม ขังตัวอยู่ในหลุมยุบ ทำให้เกิดเป็นทะเลใน มีทิวทัศน์สวยงามแปลกตา