ในปี พ.ศ. 2529 สืบ นาคเสถียร ได้รับมอบหมายให้ ปฏิบัติงานในหน้าที่ หัวหน้าโครงการอพยพ สัตว์ป่าตกค้าง ในพื้นที่อ่างเก็บน้ำ เขื่อนรัชชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน) จังหวัดสุราษฏร์ธานี ให้เข้าไปช่วยเหลือ อพยพสัตว์ป่าที่ตกค้างในอ่างเก็บน้ำ ซึ่งเกิดจากการสร้าง เขื่อนเชี่ยวหลาน สืบได้ทุ่มเทเวลา ให้กับการกู้ชีวิตสัตว์ป่า ที่หนีภัยน้ำท่วม จากการทำงานชิ้นดังกล่าว สืบเริ่มเข้าใจปัญหา และตระหนักว่าลำพังงาน วิชาการเพียงอย่างเดียว ย่อมไม่อาจหยุด ยั้งกระแสการทำลายป่า และสัตว์ป่า อันเป็นปัญหาระดับชาติได้
เชี่ยวหลาน เป็นชื่อแก่งน้ำแห่งหนึ่งในบริเวณ คลองแสง ซึ่งเป็นคลองที่มีน้ำเชี่ยว มากที่สุดในฤดูน้ำหลาก สองฟากฝั่งคลองคือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง และ อุทยานแห่งชาติเขาสก ซึ่งจัดเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ มากที่สุดแห่งหนึ่งของเทือกเขาตะนาวศรี อยู่บริเวณรอยต่อสามจังหวัดของภาคใต้ คือ ระนอง พังงา และสุราษฎร์ธานี บนยอดทิวเขา สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,000 เมตร ซึ่งบัดนี้พื้นที่ป่าดงดิบ นับแสน ๆ ไร่ ได้จมอยู่ใต้น้ำลึกเกือบ 100 เมตร กลายเป็น ทะเลสาบขนาดใหญ่ เพื่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนเชี่ยวหลาน
นับตั้งแต่เริ่มมี การกักเก็บน้ำเมื่อวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2529 ระดับน้ำที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ได้ไหลบ่าท่วมป่าใหญ่จมหายไป ส่วนที่เป็นเนินเขา และภูเขาก็ถูกตัดขาด แบ่งแยกเป็น เกาะเล็กเกาะน้อย มากมายถึง 162 เกาะ สัตว์ป่านานาชนิด ที่อาศัยอยู่บริเวณ นั้น ต้องได้รับ ผลกระทบ เนื่องจากแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัย ถูกน้ำท่วมฉับพลัน มีสัตว์ป่าจำนวนมากที่อพยพ หนีน้ำไม่ทันก็ต้องตายไป เป็นจำนวนมาก ไม่น้อยกว่า 338 ชนิด ในจำนวนนี้ มีสัตว์ที่ใกล้จะสูญพันธุ์หลายชนิด เช่น ช้าง กระทิง วัวแดง สมเสร็จ เสือลายเมฆ เลียงผา ไก่ฟ้าหน้าเขียว นกหว้า และกบทูด (http://www. rakbankerd.com ค้นวันที่ 8 พฤษภาคม 2549)
โครงการอพยพสัตว์ป่า สามารถช่วยเหลือชีวิตสัตว์ได้ถึง 1,364 ตัว ซึ่งเป็นจำนวนที่น่าพอใจ จากการสร้างเขื่อนครั้งนี้ สืบยังคงช่วยชีวิต สัตว์ป่าด้วยหัวใจ มิใช่เพียง เพราะหน้าที่จนกระทั่งเขาได้เข้าใจ ปัญหาทั้งหมดอย่างท่องแท้ว่า การอพยพสัตว์ไม่อาจ ช่วยชีวิตสัตว์ได้เลย เพราะผล กระทบจากการสร้างเขื่อน เป็นกระบวนการทำลาย ล้างเผ่าพันธุ์ ทำลายแหล่งอาหาร แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าซึ่งถือ ได้ว่าเป็นหัวใจของ ผืนป่าทั้งหมดที่ มนุษย์ไม่อาจ สร้างขึ้นมาทดแทนได้