วัดถ้ำสิงขร

1) เจดีย์วัดถ้ำสิงขร
2) งานปูนปั้นถ้ำสิงขร

 

แผนที่แสดงที่ตั้ง

 

 

 

 

 

วัดถ้ำสิงขร

 

 

 

 

 

คูหา 2

 

 

 

คูหาในโพรงถ้ำ

 

 

 

แหล่งทางวัฒนธรรม: ข้อมูลทั่วไป
ประวัติความเป็นมา: 

วัดถ้ำสิงขร เป็นวัดที่เก่าแก่ เคยเป็นวัดที่เจริญรุ่งเรืองมาก่อน ครั้งสมัยศรีวิชัย และต้นสมัยแผ่นดิน รัชกาลที่3 แห่ง ราชวงศ์จักรี

มีตำนานเล่าสืบต่อกันมาว่า ครั้งสมัยอยุธยา พระเจ้าแผ่นดินองค์หนึ่ง ได้สาวชาวบ้าน แถบนี้เป็นชาย ต่อมาน้องชาย ของสาวผู้นั้นบวช เป็นพระภิกษุ เดินทางไปเมืองหลวง แล้วได้เข้าไปเทศน์ ในวังที่พี่สาวอยู่ และจำกันได้ เป็นที่ปลื้มปิติกัน ทั้งสองฝ่าย พระเจ้าแผ่นดิน ได้จัดขบวนมาส่งพระภิกษุ ที่เป็นน้องชายพระชายา ซึ่งต่อมา เรียกว่า ท่านเจ้าฟ้า และโปรดฯ ให้สร้างวัดขึ้นสามวัด คือ วัดถ้ำสิงขร วัดถ้ำรอบ และวัดเขาอานนท์
ท่านเจ้าฟ้าจำพรรษา เป็นเจ้าอาวาสองค์ แรกอยู่ที่วัดเขาอานนท์ ส่วนถ้ำสิงขร ได้รับการตกแต่ง ประดับประดา ประหนึ่งวิหาร ที่สำคัญของวัด

ที่ตั้ง: 
หมู่ 3 บ้านถ้ำ ต.บ้านถ้ำสิงขร อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฏร์ธานี ตั้งอยู่บริเวณริมลำคลองพุมดวงฝั่งขวา ลำคลองนี้แยกจากแม่น้ำตาปี (แม่น้ำหลวง) เหนือท่าน้ำสถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี เป็นวัดที่ตั้งอยู่ชายเขตทิศตะวันออกเฉียงเหนือของอำเภอ ติดกับตำบลบางเดือน ปลายเขตอำเภอพุนพิน
การเข้าถึง: 
ระยะทางจากทางหลวงสายสุราษฎร์ - ตะกั่วป่า แยกเข้าไป ประมาณ 2.5 กิโลเมตร การเข้าวัดนี้มี 3 ทาง คือ (1) ทางลำคลองพุมดวง (2) ทางรถไฟ สายสุราษฎร์-คีรีรัฐนิคม ลงที่สถานีคลองยัน ถึงวัดระยะทางประมาณ 2.5 กม. (3) ทางรถยนต์ สายสุราษฎร์ธานี-ตะกั่วป่า แวะตรง กม.35 จะมีซอยด้านขวามือเป็นถนนลาดยางเข้าวัดระยะทางประมาณ 2.5 กม.
แหล่งทางวัฒนธรรม: ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว
ประเภทแหล่ง: 
โบราณสถาน และโบราณคดี
ลักษณะและสภาพของแหล่ง: 

ถ้ำสิงขรเป็นถ้ำในภูเขาหินปูนลูกโดดอยู่ห่างจากแม่น้ำพุมดวงไป ทางทิศตะวันตกประมาณ 100 เมตร ปากถ้ำสูง จากพื้นดินราบ เบื้องล่าง 3 เมตร ส่วนที่เป็นโพรงถ้ำแบ่งออกเป็น 2 ตอน คือคูหา โพรงถ้ำ เป็นคูหากว้างลึก มีซอกน้อย อาศัยแสงสว่าง จากช่องแสงที่เพดาน เป็นบางตอน จึงมีส่วนที่สว่างบ้างมืดบ้าง หน้าถ้ำซึ่ง เป็นที่ตั้ง วัดเจดีย์ อิทธิพล ศิลปะสมัยศรีวิชัย 1 องค์

ปากถ้ำสูงจากพื้นดินราบเบื้องล่าง 3 เมตร ส่วนที่เป็นโพรงถ้ำแบ่งออกเป็น 2 ตอน คือ คูหาปากถ้ำ ลักษณะ ทั่วไป เป็นคูหากว้างลึก มีซอกเล็ก ซอกน้อย อาศัยแสงสว่าง จากรูช่องแสงที่ เพดานถ้ำเป็นบางตอน จึงมีส่วนที่ สว่างบ้าง มืดบ้าง

ฤดูท่องเที่ยว: 
ตลอดทั้งปี
นักท่องเที่ยว: 
กลุ่มหลักนักท่องเที่ยวชาวไทย
ความดึงดูดใจ: 
ศิลปกรรมในถ้ำสิงขรแสดง ให้เห็นการใช้ถ้ำ เป็นพุทธสถาน มาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย ลักษณะศิลปกรรมแบบอยุธยา ได้แก่ ลายปูนปั้นรูปก้านขดพันธุ์พฤกษา แถวช้างปูนปั้น และลายเขียนรูปเทวดา บนเพดานบางตอน งานศิลปกรรมส่วนใหญ่ ได้รับการบูรณะสร้างซ่อมแซม ในราวรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการนำชามลายคราม และเบญจรงค์ มาประดับติดเป็นดาวเพดาน ภาพอาคารปราสาท แสดงลักษณะสถาปัตยกรรม อิทธิพลจีนตามแบบนิยม ในจิตรกรรมสมัยนั้น ส่วนอักขระข้อความ บรรยายเรื่องนรก บนฝาผนัง มีเนื้อหาคล้ายคลึงกับ บางตอนในพระมาลัย กลอนสวดที่เขียนขึ้น ในรัชกาลที่ 3
สถานที่ท่องเที่ยว/ กิจกรรม: 

สถานที่ท่องเที่ยวภายในวัด มีถ้ำขนาดใหญ่ หน้าถ้ำมีเจดีย์สร้างเลียนแบบสมัยศรีวิชัย ประดับด้วยถ้วยชามโบราณ ภายในถ้ำ มีพระพุทธรูป นั่งห้อยพระบาท ขนาดใหญ่ รูป ปูนปั้นเทวดา แม่พระธรณี ยักษ์ สัตว์ในเทพนิยาย และมีรูปปั้น เจ้าแม่กวนอิม ส่วนฝาผนังเพดาน ถ้ำประดับด้วย ถ้วยชามโบราณ ลวดลายโบราณ สวยงามมาก บริเวณถ้ำ มีทางเดินสามารถ เดินเข้าไปชมภายใน บริเวณถ้ำได้ ระยะทางภายใน ถ้ำประมาณ 200 เมตร ราวบันได จะมีพระพูทธรูปอยู่ ถ้าหากเดินเข้าไป ถึงยอดของถ้ำ จะสามารถมองทิวทัศน์ บริเวณรอบ ๆ ได้

แหล่งทางวัฒนธรรม: ข้อมูลแหล่ง
พิกัดภูมิศาสตร์: 
09o02’25’’ N และ 99o02’35’’ E ระวาง 4827 III อำเภอพุนพิน
องค์ประกอบ: 

วัดถ้ำสิงขร มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 56 ไร่ ถ้ำสิงขร แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ (1) ส่วนคูหาปากถ้ำ (2) ส่วนคูหาโพรงถ้ำ

คูหาปากถ้ำเป็นบริเวณที่พบศิลปกรรม แบ่งเป็น 3 คูหาย่อยๆ คูหาปากถ้ำมีขนาดกว้าง 20 เมตร ส่วนลึกที่สุด 16 เมตร ความสูงจากพื้นถ้ำถึงเพดาน 5.60 เมตร แบ่งเป็น 3 คูหาย่อย ซึ่งมีโบราณสถาน และโบราณวัตถุ ที่สำคัญๆ มากมาย โดยคูหา 1 อยู่ใกล้ทางขึ้นสู่ถ้ำ ขนาด 7X16 คูหาที่ 2 อยู่ถัดจากคูหาแรก ขนาด 7.30X10 เมตร คูหาที่ 3 อยู่ถัดจากคูหาที่ 2 เป็นโพรงแคบ ๆ 5.50x9 เมตร ส่วนคูหาในโพรงถ้ำ พบเครื่องมือ เครื่องใช้ ของมนุษย์ สมัยก่อนประวัติศาสตร์

ความสำคัญ: 

กรมศิลปากร ประกาศขึ้นทะเบียน โบราณสถาน ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 54 ตอนที่ - วันที่ 3 มกราคม 2480 ถ้ำสิงขร เป็นวัดที่มี ปูชนียสถาน โบราณวัตถุเก่าแก่มาก คือมีถ้ำพระ จัดสร้างอย่างปราณีต ส่วนฝาผนัง เพดาน ถ้ำประดับ ด้วย ถ้วยชามโบราณ ลวดลายโบราณ ภาพโบราณที่ ฝาผนัง และท้องถ้ำ อันวิจิตรบรรจง สวยงามมาก และมีพระพุทธรูป องค์น้อยใหญ่ ประดิษฐาน เรียงรายบริเวณถ้ำ

การวิเคราะห์หลักฐาน: 

หลักฐานทางโบราณคดีและรูปแบบศิลปกรรม

1) คูหาที่ 1 เป็นคูหาขนาดใหญ่ที่สุด ใช้เป็นที่ประดิษฐาน พระประธาน ซึ่งอยู่กลางคูหา เป็นพระพุทธรูป ปูนปั้น ปางป่าเลไลยก์ มีช้างและลิงหมอบ อยู่เบื้องหน้าทั้งสองข้าง เบื้องหน้า พระประธานมีเจดีย์ 2 องค์เบื้องซ้าย พระประธาน เยื้องไปด้านหลัง ตามแนวขอบผนัง มีพระพุทธรูป ประทับนั่งเรียงกัน 8 องค์ ช่วงต่อระหว่างคูหาที่ 1 และคูหาที่ 2 ก่ออิฐถือปูน ทำเป็นแท่นฐาน ประดิษฐาน พระพุทธรูปประทับนั่ง 2 องค์ ผนังด้านทิศเหนือ ก่ออิฐถือปูน เป็นแนวสันกำแพง เจาะช่องเป็นซุ้ม สำหรับวางพระ หรือประทีป ตอนล่าง ทำเป็นรูป ตัวช้างโผล่มาครึ่ง ตัวเรียงต่อกันไป จำนวน 9 ตัว หันหน้าไปทาง พระประธาน ประหนึ่งเป็นขบวนช้าง ล้อมรอบกำแพง และยังรับกับช้าง ที่เข้ามาถวายน้ำผึ้ง แก่พระประธาน

บนเพดานกลางคูหา เป็นขอบโค้ง ต่ำลงมาสูงจากพื้น 2.90 เมตร ตกแต่งด้วย ลายปูนปั้น รูปลายก้านขด พันธุ์พฤกษา หรือกนกลายไทย ปลายก้านดอกมีรูปเทพพนม รูปสัตว์สี่เท้า ใจกลางดวงดอกไม้ติดชามลายคราม เพดานตอนกลาง เป็นภาพลงสีประกอบ ด้วยภาพภิกษุ เทวดา ยักษ์ พนมมือบูชาพระธาตุ ในภาพหนึ่ง อาจจะเป็น พระเจดีย์ จุฬามณีบนดาวดึงส์ ซึ่งพระอินทร์ นำพระเมาฬี ของพระพุทธเจ้า บรรจุไว้ ซึ่งสอดคล้อง กับภาพเสด็จ ออกบรรพชา และมีเทวดา เชิญพระเกศา ที่ทรงตัดขึ้นไปไว้ บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ซึ่งเขียนเป็นภาพ บนแท่นหินย้อย

บนผนังติดทางขึ้น ด้านซ้ายมือ หรือเบื้องขวา พระประธาน มีตัวอักษรไทยโบราณ ภาษาไทย เขียนเป็น ข้อความ มองเห็นได้ 12 บรรทัด บรรยายเรื่องเปรต รับกันกับ ภาพประกอบข้าง ๆ และที่อยู่เหนือขึ้นไป เป็นภาพเขียนสี แสดงคนกำลังขึ้นต้นงิ้ว มีเทวดาเอาไม้ กระทุ้งก้นอยู่เบื้องล่าง ยังมีภาพเรื่องนรก อีกหลายภาพ เช่น ภาพโครงกระดูก มีคำบรรยายเป็นตัวอักษร สีดำเขียนว่านรก – เปรต มีภาพคนขึ้นต้นงิ้ว อีกาจิกอยู่เบื้องบน เหนือขึ้นไป เป็นรูปอาคาร ทรงปราสาท คงหมายถึงสวรรค์

บนเพดานตรงปากถ้ำ ตอนกลางมีภาพเขียนสีแดง เป็นรูปเทวดา เหาะจำนวนหลายองค์ บริเวณนี้ประดับ เครื่องถ้วยชาม มากกว่าบริเวณอื่น ดูคล้ายดวงดาราบนท้องฟ้า คงหมายถึงสวรรค์

ระหว่างคูหาที่ 1 และคูหาที่ 2 มีหินย้อย รูปทรงกระบอกคั่นอยู่ เนื่องจากพื้นดินย้อย ราบเรียบ ช่างจึงลงพื้น ด้วยปูนขาว เพื่อเขียนภาพ เล่าเรื่องพระพุทธประวัติ ต่อเนื่องกันไป ได้แก่ภาพเสด็จ ออกมหาภิเนษกรมณ์ แสดงภาพ เจ้าชายสิทธัตถะ ประทับ บนหลังม้ากัณฐกะ มีเทพยดา นำเสด็จพระราชดำเนิน บางองค์รองรับ เท้าม้าเพื่อเหาะเหิน อัญเชิญผ้าครอง มาถวาย พระพุทธองค์ ทรงครองผ้า และตัดพระเมาฬี มีเทวดา เสด็จออกมารับ พระเมาฬีไปประดิษฐาน ไว้ในพระจุฬามณีเจดีย์ บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ถัดไปเป็นภาพ พระพุทธรูป ปางนาคปรก และภาพอาคาร คล้ายปราสาท มีคนอยู่ภายใน มีคนแก่ยืนหลังคุ้ม อยู่ข้างนอก เนื่องจาก ภาพลบเลือนมาก เห็นได้ไม่ครบ จึงสันนิษฐาน ไปได้หลายทาง อาจเป็นภาพแสดง ตอนเจ้าชายสิทธัตถะ เห็นนิมิตร 4 อย่าง ( เกิด แก่ เจ็บ ตาย ) หรือเหตุการณ์ เล่าเรื่องพระเวสสันดร

2) คูหาที่ 2 มีแท่นฐานก่ออิฐถือปูน ติดกับผนังประดิษฐาน พระพุทธรูปปางมารวิชัย ลงรักดำ บนฐาน สี่ชั้น ฐานตกแต่ง เป็นลายบัวและกระจัง ตอนล่างฐาน เป็นภาพปูนปั้น รูปพุทธประวัติ ได้แก่ ภาพตอนมารผจญ มีพระแม่ธรณี บีบมวยผม ภาพพุทธบริษัท พระราหุลทูล ขอราชสมบัติ ภาพปูนปั้นตอนบนข้าง ๆ องค์พระพุทธรูป เป็นภาพ เทพชุมนุม ในบรรดาภาพ เหล่านี้มีพระพรหม คนธรรพ์ ท้าวเวสสุวัณ (ยักษ์) ท้าววิรูปักษ์ (นาค) และ รูปสัตว์ใน เทพนิยาย

3) คูหาที่ 3 เป็นซอกเล็ก ๆ อยู่สุดขอบถ้ำ เคยพบเทวรูปพระวิษณุ 4 กร สภาพชำรุด พระเศียร และพระกรหัก กำหนดอาย ุราวพุทธศตวรรษที่ 13 ปัจจุบันอยู่ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช

คูหาในโพรงถ้ำ พบเครื่องมือเครื่องใช้ ของมนุษย์ สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ได้แก่ หม้อสามขา เศษภาชนะดินเผา ลายเชือกทาบ เครื่องมือขวานหินขัด โบราณวัตถุเหล่านี้ เป็นหลักฐานแสดงว่า ถ้ำเคยใช้เป็นที่อยู่ ของมนุษย์ สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ยุคหินใหม่ อายุราว 4,000 - 2,000 ปีมาแล้ว เหตุที่พบในส่วนคูหา โพรงถ้ำด้านใน อาจเป็นได้ว่า คนเก็บโบราณวัตถุ ที่กระจายอยู่ตามพื้นถ้ำ ตั้งแต่บริเวณปากถ้ำ นำไปรวบรวม ไว้ภายในซอกถ้ำ ด้านในสุด (อมรา ศรีสุชาติ ,2534 :54 – 60)

เจดีย์ เป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูน เลียนแบบ พระบรมธาตุไชยา ประดับตกแต่ง ด้วยเครื่องถ้วยชาม ทั่วทั้งองค์ คงสร้างขึ้น สมัยอยุธยา ตอนปลาย เรือนธาตุเจดีย์มีซุ้มทิศ (ซุ้มจระนำ) ประดิษฐานพระพุทธรูป ยืนปางประทานอภัย ภายในประดิษฐาน พระพุทธบาทจำลอง

แหล่งทางวัฒนธรรม: ข้อมูลอ้างอิง
ความรับผิดชอบและการเผยแพร่
เจ้าของงาน : 
สำนักปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. ศูนย์ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ผู้ร่วมงาน: 
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
รายละเอียดทรัพยากร
ประเภทของข้อมูล: 
บทความ
ภาษา: 
ภาษาไทย
หัวเรื่อง/คำสำคัญ: 
แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม -– ไทย - - สุราษฏร์ธานี/ วัดถ้ำสิงขร/
ระดับของผู้ใช้ข้อมูล: 
นักเรียน นักศึกษา
ระดับของผู้ใช้ข้อมูล: 
ประชาชน ผู้สนใจทั่วไป