อุทยานแห่งชาติแก่งกรุง

แก่งกรุงเป็นชื่อแก่ง ขนาดใหญ่ในลำน้ำคลองยัน ในอดีตการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทยดำเนินการสำรวจ เพื่อก่อสร้างเขื่อนอเนกประสงค์ ปัจจุบันได้ชะลอโครงการ ดังกล่าวไว้ อุทยานแห่งชาติ แก่งกรุงตั้งอยู่พื้นที่ป่าท่าชนะ ในท้องที่ตำบลคันธุลี ตำบลคลองพา ตำบลสมอทอง ตำบลประสงค์ อำเภอท่าชนะ ตำบลปากหมาก อำเภอไชยา ตำบลปากฉลุย และตำบลตะกุกเหนือ อำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี อุทยานแห่งชาติแก่งกรุง ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ครอบคลุมพื้นที่อำเภอท่าชนะ อำเภอไชยา อำเภอท่าฉาง กิ่งอำเภอวิภาวดี เป็นอุทยานที่มีสภาพป่าเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน มีสถานที่น่ารื่นรมย์สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ เช่น น้ำตก ลำน้ำ บ่อน้ำร้อน ภูเขา ซึ่งมีทัศนียภาพที่สวยงาม เป็นป่าต้นน้ำลำธารที่หล่อเลี้ยงชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีและจังหวัดชุมพร มีเนื้อที่ประมาณ 338,125 ไร่ หรือ 541 ตารางกิโลเมตร ได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2534 ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 108 ตอนที่ 211 เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 69 ของประเทศ ลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนสองแนวเหนือใต้ ประกอบด้วย เขาไฝ เขาแดน เขายายหม่อน มียอดเขาสูงสุดประมาณ 849 เมตรจากระดับน้ำทะเล ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่มีลักษณะเป็นเขาดิน แร่ที่สำคัญที่มีอยู่บริเวณนี้ คือ แร่ดีบุก เป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญคือ ลำน้ำคลองยัน ต้นแม่น้ำตาปีทางทิศใต้ และลำน้ำคลองสระ ต้นแม่น้ำหลังสวนด้านทิศเหนือ ซึ่งประกอบด้วยคลองและลำห้วยเล็กๆ มากมาย ได้แก่ คลองสระ คลองชง ห้วยลาชี ห้วยหินโล่ ห้วยเขาแดน ห้วยปลาย ห้วยป่าหมาก และคลองยัน

อุทยานแห่งชาติแก่งกรุงยังไม่มีรายงานการสำรวจชนิดสัตว์ป่าอย่างละเอียด มีรายงานชนิดที่พบไว้น้อย ผลการรวบรวมข้อมูลและการสำรวจในภาคสนาม ด้านทรัพยากรสัตว์ป่า พบว่ามีสัตว์ป่าไม่น้อยกว่า 135 ชนิด ประกอบด้วย สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 58 ชนิด นก 35 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 31 ชนิด และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 11 ชนิด ดังรายละเอียดดังนี้

แหล่งทางนิเวศวิทยา: ทรัพยากรสัตว์ป่า
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม: 

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดที่โดดเด่นและมีความสำคัญทางด้านการอนุรักษ์ จำนวน 19 ชนิด ประกอบด้วยสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (CR) มีจำนวน 2 ชนิดคือ วัวแดง (Bos javanicus) และ ชะนีมือดำ (Hylobates agilis) สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ จำนวน 5 ชนิด ได้แก่ กระรอกหางม้าใหญ่ (Sundasciurus hippurus) เสือโคร่ง (Panthera tigris) สมเสร็จ (Tapirus indicus) เก้งหม้อ (Munfiacus feai) และช้างป่า (Elephas maximus)

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (VU) จำนวน 13 ชนิด ได้แก่กระรอกบินแก้มสีแดง (Hylopetes spadiceus) พญากระรอกบินหูดำ (Petaurista elegans) เสือไฟ (Profelis temmincki) เสือลายเมฆ (Neofelis nebulosa) เสือดาว(Panthera pardus) หมาใน (Cuon alpinus) หมีควาย (Ursus thibetanus) หมีหมา (Helarctos malayanus) หนูเหม็น (Echinosorex gymnurus) ค่างดำ (Presbytis femoralis) ค่างแว่นถิ่นใต้ (Semnopithecus obscurus) ลิงเสน (Macaca arctoides) ชะนีมือขาว (Hylobates lar) และกระทิง (Bos gaurus) นอกจากนี้ยังพบมีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เป็นสัตว์ป่าสงวน จำนวน 4 ชนิด ได้แก่ แมวลายหินอ่อน (Pardofelis marmorata) เก้งหม้อ (Muntiacus feae) เลียงผา (Capricornis sumatraensis) และ สมเสร็จ (Tapirus indicus)

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นๆ ที่พบอาศัยอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสก เช่น กระรอกบินจิ๋วท้องขาว (Petinomys setosus) พญากระรอกบินหูแดง (Petaurista petaurista) พญากระรอกบินสีดำ (Aeromys tephromelas) เม่นใหญ่ (Hystrix brachyura) เม่นหางพวง (Atherurus macrourus) ลิ่นชวา (Manis javanica) แมวดาว (Prionailurus bengalensis) หมีขอ (Arctictis binturong) ค่างหงอก (Semnopithecus germaini) ลิงกังใต้ (Macaca nemestrina) หมาไม้ (Martes flavigula) หมูหริ่ง (Arctonyx collaris) กระจงควาย (Tragulus napu) กวางป่า (Cervus unicolor) เป็นต้น

นก: 

พบชนิดนกที่โดดเด่นและมีความสำคัญทางด้านการอนุรักษ์ จำนวน 1 ชนิด เท่านั้น โดยเป็นนกที่มีสถานภาพสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ คือ นกหว้า (Argusianus argus)

นกชนิดอื่นๆ ทีพบขณะทำการสำรวจในภาคสนาม เช่น นกเขาใหญ่ (Streptopelia chinensis) นกปรอดเหลืองหัวจุก (Pycnonotus melanicterus) นกปรอดคอลาย (Pycnonotus finlaysoni) นกกางเขนดง (Copsychus malabaricus) นกปรอดสีน้ำตาลตาแดง (Pycnonotus brunneus) นกแซงแซวเล็กเหลือบ (Dicrurus aeneus) เหยี่ยวรุ้ง (Spilornis cheela) นกเขียวคราม (Irena puella) ไก่ป่า (Gallus gallus) นกหัวขวานลายตะโพกเหลือง (Meiglyptes tristis) นกเขียวก้านตองเล็ก (Chloropsis cyanopogon) นกกินแมลงหน้าผากน้ำตาล (Stachyris rufifrons)นกเงือกดำ (Anthracoceros malayanus) นกกินปลีสีเรียบ (Anthreptes simplex) นกกินปลีแก้มสีทับทิม (Anthreptes singalensis) เป็นต้น

สัตว์เลื้อยคลาน: 

ชนิดสัตว์เลื้อยคลานที่โดดเด่นและมีความสำคัญทางด้านการอนุรักษ์ จำนวน 4 ชนิด โดยเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ จำนวน 2 ชนิด คือ เต่าเหลือง (Indotestudo elongata) และเต่าหก (Manouria emys) และเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่มีสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ 2 ชนิด คือ เต่าจักร (Heosemys spinosa) และเต่าใบไม้ (Cyclemys dentata)

สัตว์เลื้อยคลานชนิดอื่นๆ ทีพบในเขตอุทยานฯ เช่น ตะพาบน้ำ (Amyda cartilaginea) จิ้งจกหางหนาม (Hemidactylus frenatus) กิ้งก่าแก้ว (Calotes) จิ้งเหลนหางยาว (Mabuya longicaudata) จิ้งเหลนภูเขาเกล็ดเรียบ (Sphenomorphus maculates) จิ้งเหลนลาย (Lipinia vittigera) เห่าช้าง (Varanus rudicollis) งูเหลือม (Python reticulatus) งูสิงบ้าน, งูเห่าตาลาน (Ptyas korros) งูปล้องทอง (Boiga dendrophila) เป็นต้น

สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก: 

สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกไม่พบว่ามีสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกชนิดที่โดดเด่นและมีความสำคัญทางด้านการอนุรักษ์ ส่วนมากเป็นสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกชนิด ที่พบเห็นได้ทั่วไป เช่น จงโคร่ง (Bufo asper) คางคกแคระ (Bufo parvus) อึ่งอ่างบ้าน (Kaloula pulchra) กบทูด (Limnonectes blythii) กบอ่องเล็ก (Rana nigrovittata) กบว๊ากใหญ่ (Rana glandulosa) ปาดบ้าน (Polypedates leucomystax) กบชะง่อนหินเมืองใต้ (Rana hosii) เป็นต้น

รายละเอียดทรัพยากรธรรมชาติ ประเภทสัตว์ป่า จำแนกตามแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ดังแสดงในตารางที่ 2.2-12

ความรับผิดชอบและการเผยแพร่
เจ้าของงาน : 
สำนักปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. ศูนย์ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ผู้ร่วมงาน: 
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
รายละเอียดทรัพยากร
ประเภทของข้อมูล: 
บทความ
ภาษา: 
ภาษาไทย
หัวเรื่อง/คำสำคัญ: 
อุทยานแห่งชาติแก่งกรุง/ ทรัพยากรสัตว์ป่า - - ไทย - -สุราษฏร์ธานี/ สัตว์ป่า - - ไทย - -สุราษฏร์ธานี/ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม - - ไทย - -สุราษฏร์ธานี/ นก - - ไทย - -สุราษฏร์ธานี/ สัตว์เลื้อยคลาน - - ไทย - -สุราษฏร์ธานี/ สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก - - ไทย - -สุราษฏร์ธานี/
ระดับของผู้ใช้ข้อมูล: 
นักเรียน นักศึกษา
ระดับของผู้ใช้ข้อมูล: 
ประชาชน ผู้สนใจทั่วไป