อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง เป็นหมู่เกาะในอ่าวไทย ท้องที่ตำบลอ่างทอง อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี อยู่ห่างจากเกาะสมุย และเกาะพะงันไป ทางทิศตะวันตกประมาณ 20 กิโลเมตร มีเนื้อที่ 102 ตารางกิโลเมตร ได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อปี 2523 เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 21 ของประเทศไทย

ระบบนิเวศ และถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า ที่พบในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง จำแนกออกเป็น 7 ประเภท ๆ ได้แก่

  1. ป่าดงดิบแล้ง เป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ ครอบคลุมพื้นที่ในเขตเกาะใหญ่ คือ เกาะวัวตาหลับ เกาะพะลวย และเกาะสามเส้า ไม้ในป่ามีขนาดเล็กลำต้นไม่สูงมากนัก เพราะดินตื้นในบริเวณนี้ จะพบว่ามีแหล่งน้ำซึ่งเป็น ปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต ของสัตว์ป่า จึงมีสัตว์อาศัยอยู่อย่าง ชุกชุม ที่พบได้ง่าย คือ นกแก๊ก (Anthracoceros albirostris) ค่างแว่นถิ่นใต้ (Semnopithecus obscurus)
  2. ป่าดงดิบบนเขาหินปูน พบเฉพาะบริเวณเขาหิน โดยเฉพาะเกาะวัวตาหลับ เกาะพะลวย เกาะแม่เกาะ เกาะท้ายเพลา เกาะนายพุด พรรณไม้ที่พบเป็นไม้ ขนาดเล็ก และเจริญเติบโตช้า สัตว์ป่าที่พบจะเป็นพวกนกต่าง ๆ
  3. ป่าชายหาด เป็นป่าโปร่งที่มีพรรณไม้ผลัดใบขึ้น อยู่เป็นบริเวณแคบ ๆ ตามชายหาดที่มีดินทราย และบริเวณเชิงเขาชายทะเลทั่วไป บริเวณ เกาะวัวตาหลับ เกาะสามเส้า เกาะนายพุด เกาะไผ่ลวก เกาะหินดับ เกาะผี เกาะวัวกันตัง เกะพะลวย และเกาะเตาปูน บริเวณนี้จะพบนกป่าชนิดต่าง ๆ
  4. ป่าชายเลน พบบ้างเล็กน้อยบริเวณเกาะแม่เกาะ และทางทิศตะวันออก ของเกาะพะลวย สภาพป่าชายเลนที่พบ เป็นป่าชายเลนที่เกิดใหม่ โดยเฉพาะ บริเวณทะเลใน จะพบนกแก๊ก (Anthracoceros albirostris)
  5. เกาะเล็ก ๆ ในทะเล หรือรอบเกาะที่มีขนาดใหญ่ มีเป็นจำนวนมากในเขตอุทยาน แห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง บริเวณนี้จะเป็นที่พักผ่อน และหาอาหาร ของนกยาง (Family ARDEIDAE) และนกนางนวล (Family LARIDAE) ชนิดต่าง ๆ
  6. ท้องทะเล คือ ท้องทะเลที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติซึ่งมีพื้นที่รวม 84 ตารางกิโลเมตร หรือร้อยละ 82.35 ของพื้นที่อุทยานแห่งชาติ บริเวณนี้จะเป็นที่หากินของนกนางนวล (Family LARIDAE) ชนิดต่าง ๆ
  7. พื้นที่เกษตรกรรม เป็นพื้นที่เกษตรกรรม ดั้งเดิมและที่อยู่อาศัย ในเขตอุทยานแห่งชาติ หมู่เกาะอ่างทอง ซึ่งเคยมีราษฎรอาศัยอยู่ ดังนั้นพื้นที่ดังกล่าวจะมีไร่ร้าง และสวนผลไม้ปรากฏอยู่ ซึ่งเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญ ได้แก่ ค้างคาว (ORDER CHIROPTERA) ค่างแว่นถิ่นใต้ (Semnopithecus obscurus) และนกชนิดต่าง ๆ

หมู่เกาะอ่างทอง ประกอบด้วยเกาะประมาณ 40 เกาะ มีทิวทัศน์สวยงาม ทะเลสาบ หน้าผา ถ้ำทะลุ เกาะรังนกนางแอ่น และนกนานาชนิด ปะการัง เป็นแหล่งอาศัย และเพาะพันธุ์ปลานานาชนิด พื้นที่ของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง ประกอบด้วย เกาะที่มีขนาดเล็ก และมีขนาดปานกลาง อยู่เป็นกลุ่มกลางทะเล อีกทั้งยังมีขนาดพื้นที่ ที่เป็นพื้นดินเพียง 18 ตารางกิโลเมตร ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 17.65 ของพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ที่มีที่ราบ และที่ลาดชันปานกลางน้อย ส่วนใหญ่จะเป็นเขาหินปูนสูงชัน จึงทำให้เป็นข้อจำกัดของสัตว์บกที่มีขนาด ใหญ่ในเรื่องถิ่นที่อยู่อาศัย จากการรวบรวมข้อมูล และสำรวจในสนามพบว่า มีสัตว์ป่าไม่น้อยกว่า 115 ชนิด ประกอบด้วย สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 21 ชนิด นก 54 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 18 ชนิด และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 5 ชนิด ดังรายละเอียดดังนี้

แหล่งทางนิเวศวิทยา: ทรัพยากรสัตว์ป่า
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม: 

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมพบรวม 16 ชนิด จาก 7 วงศ์ สัตว์ที่พบเห็นได้ง่าย คือ ค่างแว่นถิ่นใต้ (Semnopithecus obscurus) ซึ่งมีอยู่จำนวนมาก แต่ในปัจจุบันได้รับผลกระทบจากการทำลายที่อยู่อาศัยและการรบกวนจากกิจกรรมของมนุษย์จนมีสถานภาพถูกคุกคามและมีแนวโน้มจะสูญพันธุ์ในไม่ช้าหากไม่มีมาตรการอนุรักษ์ ถิ่นที่อยู่อาศัยของค่างแว่นจะพบที่เกาะพะลวย และบริเวณป่าผลัดใบ ป่าดิบแล้ง สวนผลไม้ (ร้าง) ตามที่ราบเชิงเขา และหน้าผาสูงชัน จึงเหมาะสมต่อการป้องกันและการหาอาหารได้ตลอดทั้งปีจะมีสัตว์ผู้ล่าที่เป็นอันตรายเพียงชนิดเดียว คือ งูเหลือม (Python reticulatus) ข้อจำกัดของพื้นที่ทำให้โครงสร้างทางสังคมของค่างแว่น เป็นแบบ declining และมีเพศผู้มากกว่าเพศเมีย ซึ่งเป็นข้อจำกัดอย่างหนึ่งของค่างแว่นถิ่นใต้ในการขยายพันธุ์ และรักษาพันธุกรรมเดิม

นอกจากนี้ยังพบสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมประเภทค้างคาว อันได้แก่ ค้างคาวแม่ไก่ (Family PTEROPOPIDAE) ซึ่งพบมากที่สุดที่เกาะวัวกันตัง เกาะหว้าใหญ่ และเกาะหว้าน้อย ส่วนค้างคาวชนิดอื่นพบได้ทั่วไปทุกเกาะ นอกจากนี้ยังพบลิงแสม (Macaca fascicularis) และกระรอก (Family SCIURIDAE) ซึ่งพบเฉพาะที่เกาะพะลวย เนื่องจากเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีสวนผลไม้และอาหารที่สมบูรณ์ ส่วนมากพบในช่วงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ จึงคาดได้ว่าเป็นสัตว์ที่อพยพมาหากินและอาศัยบางฤดูกาลเท่านั้น ไม่ได้จัดเป็นสัตว์ประจำถิ่นในอุทยานแห่งชาติ สำหรับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยอยู่ในน้ำ (Aquatic mammal) ที่สำรวจพบ ได้แก่ ปลาโลมา (Dolphins) ปลาวาฬ (Whales) เป็นต้น

กล่าวโดยสรุป สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดที่โดดเด่นและมีความสำคัญทางด้านการอนุรักษ์ มีจำนวน 6 ชนิด ประกอบด้วย สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง จำนวน 3 ชนิด ได้แก่ ปลาวาฬแกลบ (Balaenoptera edeni) ปลาโลมาไร้ครีบหลัง (Neophocaena phocaenoides) และนากใหญ่หัวปลาดุก (Lutra sumatrana) และมีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ จำนวน 3 ชนิด ได้แก่ ค่างแว่นถิ่นใต้ (Semnopithecus obscurus) หนูเกาะ (Rattus remotus) และ เสือปลา (Prionailurus viverrinus)

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นๆ ที่พบ เช่น กระรอกปลายหางดำ (Callosciurus caniceps) หนูท้องขาว (Rattus rattus) ค้างคาวขอบหูขาวกลาง (Cynopterus sphinx) กระแตใต้ (Tupaia glis) พญากระรอกดำ (Ratufa bicolor) หนูฟานสีเหลือง (Maxomys surifer) หมูป่า (Sus scrofa) ค้างคาวแม่ไก่เกาะ (Pteropus hypomelanus) ค้างคาวขอบหูขาวเล็กที่ราบ (Cynopterus brachyotis) หนูนาใหญ่ (Rattus argentiventer) ค้างคาวบัวฟันกลม (Rousettus amplexicaudatus) ลิงแสม (Macaca fascicularis) เป็นต้น

นก: 

ชนิดนกพบไม่น้อยกว่า 54 ชนิด จาก 25 วงศ์ นกที่สำคัญ ได้แก่ นกยางเขียว นกนางนวลแกลบท้ายทอยดำ (Sterna sumatrana) นกแอ่นทุ่ง (Family GLAREOLIDAE ) นกแก๊ก (Anthracoceros albirostris) และนกจับแมลงชนิดต่าง ๆ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง มีนกนางแอ่นจำนวนมาก เนื่องจากมีแหล่งอาหารที่สมบูรณ์ และมีถ้ำเป็นจำนวนมาก จึงทำให้สัมปทานเก็บรังนกนางแอ่น ที่เกาะพะลวย เกาะวัวเตะ และเกาะง่าม ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ พ.ศ. 2501 และถึงแม้ว่าพื้นที่นี้ ได้รับการประกาศ ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ แล้วก็ตาม การดำเนินการเก็บรัง นกนางแอ่นก็สามารถกระทำได้ โดยอาศัยระเบียบกรมป่าไม้ ว่าด้วยการอนุญาต ให้ผู้ได้รับอนุญาต เก็บรังนกนางแอ่นเข้า ในเขตอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2532 อนึ่งพื้นที่ที่มีสัมปทาน รังนกจะถูกกำหนด ให้เป็นเขตหวงห้าม ห้ามมีการครอบครอง ยกเว้นผู้รับสัมปทาน ตามพระราชกฤษฎีกา กำหนดเกาะที่นกนางแอ่น อยู่ตามธรรมชาติเป็นเขตหวงห้าม พ.ศ. 2485 นอกจากนี้ยังพบว่าใน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง มีนกแก๊ก ซึ่งจัดเป็นนกที่ใกล้สูญพันธุ์ เป็นจำนวนมาก และพบทุกเกาะ คาดว่ามีประมาณไม่น้อยกว่า 100 ตัว พบมากที่เกาะวัวตาหลับ และเกาะแม่เกาะ เนื่องจากมีแหล่งอาหารที่สมบูรณ์ เพราะพื้นที่บางส่วนบนเกาะวัวตาหลับ เคยเป็นสวนผลไม้ เช่น มะม่วง ชมพู่ และผลไม้ป่าอีกหลายชนิด อีกทั้งมีต้นไม้ใหญ่และเป็นโพรง ที่เหมาะต่อการทำรัง ของนกแก๊ก และเกาะแม่เกาะ ก็ยังมีการสำรวจพบนกเงือก (Buceros bicornis) โดยเฉพาะอย่างยิ่งรอบ ๆ ทะเลใน ซึ่งคาดว่านกเงือก จะทำรังในโพรงหิน และบริเวณใกล้เคียง

กล่าวโดยสรุปชนิดนกที่โดดเด่นและมีความสำคัญทางด้านการอนุรักษ์ จำนวน2 ชนิด ประกอบด้วย ชนิดนกที่มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ จำนวน1 ชนิด คือ นกหกใหญ่ (Psittinus cyanurus) และ ชนิดนกที่มีสถานภาพ มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ จำนวน 1 ชนิด นกชาปีไหน (Caloenas nicobarica) และนกที่ให้มูลค่าทางเศรษฐกิจ ได้แก่ นกนางแอ่น (Hirundo rustica) จากการสัมปทานเก็บรังนกนางแอ่นที่เกาะพะลวย เกาะวัวเตะ และเกาะง่าม นอกจากนี้ยังพบว่า ในอุทยานแห่งชาต ิหมู่เกาะอ่างทอง มีนกแก๊ก (Anthracoceros albirostris) ซึ่งจัดเป็นนกเงือกชนิดหนึ่ง มีประมาณ 100 ตัว พบมากที่เกาะวัวตาหลับ และเกาะแม่เกาะ ปกติแล้วนกชนิดนี้ จะทำรังในโพรงไม่ แต่ในอุทยานแห่งชาติ หมู่เกาะอ่างทองพบว่า พ่อแม่นกบางคู่ทำรังในโพรงหิน อาจเป็นตัวบ่งชี้ว่าไม่มีต้นไม้ ขนาดใหญ่เพียงพอ สำหรับการทำรัง ส่วนนกชนิดอื่นๆ ที่พบเห็นได้ทั่วไป เช่น นกยางทะเล (Egretta sacra) นกออก (Haliaeetus leucogaster) นกลุมพู (Ducula aenea) นกกาเหว่า (Eudynamys scolopacea) นกกระปูดใหญ่ (Centropus sinensis) นกแอ่นบ้าน (Apus nipalensis) นกตะขาบดง (Eurystomus orientalis) นกเด้าลมหลังเทา (Motacilla cinerea) นกยางเขียว (Butorides striatus) นกยางดำ (Ixobrychus flavicollis) เหยี่ยวกิ้งก่าสีดำ (Aviceda leuphotes) เป็นต้น

สัตว์เลื้อยคลาน: 

สัตว์เลื้อยคลานพบ 14 ชนิด จาก 9 วงศ์ สัตว์เลื้อยคลานชนิดอื่นๆ ที่พบเห็นได้ทั่วไป เช่น กิ้งก่าบินปีกส้ม (Draco maculates) กิ้งก่าสวน (Calotes mystaceus) กิ้งก่าหัวแดง (Calotes versicolor) แย้ (Leiolepis belliana) จิ้งเหลนต้นไม้ (Dasia olivacea) จิ้งเหลนบ้าน (Mabuya multifasciata) ตะกวด (Varanus nebulosus) เหี้ย (Varanus salvator) งูเหลือม (Python reticulates) งูเขียวดอกหมาก (Chrysopelea ornata) งูจงอาง (Ophiophagus hannah) เป็นต้น โดยมีชนิดของสัตว์เลื้อยคลาน ที่โดดเด่นและมีความสำคัญ ทางด้านการอนุรักษ์ จำนวน 2 ชนิด ได้แก่ เต่าตนุ (Chelonia mydas) และเต่ากระ (Eretmochelys imbricata) ทั้ง 2 ชนิด เป็นสัตว์ที่สถานภาพใกล้สูญพันธุ์ อย่างยิ่ง

สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก: 

พบสัตว์สะเทินน้ำ สะเทินบก น้อยมากในพื้นที่ เนื่องจากอุทยานแห่งชาติ หมู่เกาะอ่างทอง เนื่องจากสภาพพื้นที่เป็น เกาะและแหล่งน้ำ เป็นตัวกำหนด ความหลากหลายของสัตว์ รวมทั้งเป็นปัจจัยสำคัญ ต่อการดำรงชีพ ของสัตว์ให้น้อยลง จากการสำรวจพบสัตว์ สะเทินน้ำ สะเทินบกทั้ง 5 ชนิด ได้แก่ คางคกบ้าน (Bufo melcenostictures) กบบัว เขียดจิก (Rana erythraea) กบนา (Rana rugulosa) กบหนอง (Rana limnocharis) และปาดบ้าน (Rhocophorus leucomystax) ซึ่งไม่มีความโดดเด่น และไม่มีความสำคัญ ทางด้านการอนุรักษ์ และเป็นชนิดที่พบเห็นได้น้อย

ความรับผิดชอบและการเผยแพร่
เจ้าของงาน : 
สำนักปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. ศูนย์ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ผู้ร่วมงาน: 
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
รายละเอียดทรัพยากร
ประเภทของข้อมูล: 
บทความ
ภาษา: 
ภาษาไทย
หัวเรื่อง/คำสำคัญ: 
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง/ ทรัพยากรสัตว์ป่า - - ไทย - -สุราษฏร์ธานี/ สัตว์ป่า - - ไทย - -สุราษฏร์ธานี/ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม - - ไทย - -สุราษฏร์ธานี/ นก - - ไทย - -สุราษฏร์ธานี/ สัตว์เลื้อยคลาน - - ไทย - -สุราษฏร์ธานี/ สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก - - ไทย - -สุราษฏร์ธานี/
ระดับของผู้ใช้ข้อมูล: 
นักเรียน นักศึกษา
ระดับของผู้ใช้ข้อมูล: 
ประชาชน ผู้สนใจทั่วไป